Uncategorized

ใครบ้างควรสวนล้างลำไส้

         ในผู้ที่มีอาการท้องผูก กากอาหารจะตกค้างอยู่ในลำไส้ใหญ่เป็นระยะเวลานาน ทำให้เกิดกรหมักหมมจนเกิดสารพิษเพิ่มขึ้น การสวนล้างลำไส้จะช่วยขจัดกากอาหารและทำความสะอาดลำไส้ใหญ่ ชะล้างเอาอุจจาระและสารพิษที่คั่งค้างออกไป และยังช่วยลดปริมาณของแบคทีเรียชนิดที่ทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกายด้วย

ผู้ที่รับประทานอาหารไม่ค่อยมีเส้นใยจะมีเมือกคล้ายกาวเกาะติดบริเวณผนังลำไส้ใหญ่ หากเป็นผู้ที่ขากการออกกำลังกายกายหรือมีความเครียดเสมอ การบีบรัดตัวของลำไส้จะผิดปกติจนเมือกคล้ายกาวติดผนังลำไส้ใหญ่มากขึ้นทำให้การบีบรัดตัวของลำไส้ใหญ่ปกติยิ่งขึ้น การสวนล้างลำไส้จะชะล้างสารเมือกที่ติดที่ผนังของลำไส้ใหญ่เหล่านี้ ส่งผลให้ลำไส้ใหญ่บีบรัดตัวได้ดีขึ้น เมื่อลำไส้ใหญ่บีบรัดตัวดีขึ้น สารพิษต่างๆในร่างกายก็จะถูกขับออกางอุจจาระได้รวดเร็วขึ้น ไม่ถูกดูดซึมกลับเข้าสู่ร่างกาย

ผู้ที่ต้องการให้ตับทำงานดีขึ้น หากสวนล้างลำไส้ด้วยกาแฟ สารประกอบในกาแฟจะช่วยขยายหลอดเลือดบริเวณลำไส้ใหญ่ และหลอดเลือดดำที่เข้าสู่ตับ จึงช่วยกระตุ้นตับให้ทำงานได้ดีขึ้น และเพิ่มการทำงานของเอนไซม์กำจัดสารพิษที่ตับด้วย

วิธีสวนล้างลำไส้

  1. การสวนล้างลำไส้ใหญ่ส่วนบน สำหรับผู้ที่ต้องการขจัดตะกรันที่ตกค้างอยู่ในลำไส้ใหญ่ และขจัดพิษหรือลดพิษที่ค้างอยู่ในร่างกาย จะต้องทำโดยแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการอบรมมาเท่านั้น และต้องทำในสถานพยาบาลที่มีเตียงสำหรับการสวนล้างโดยเฉพาะ
  2. การสวนล้างลำไส้ใหญ่ส่วนล่าง สำหรับผู้ที่ต้องการขจัดพิษหรือลดพิษที่ค้างอยู่ในร่างกาย โดยไม่สามารถขจัดตะกรันได้ วิธีการนี้ต้องอยู่ในการดูแลแนะนำจากแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ทางเลือก วิธีการคือนำของเหลวประมาณ 0.5-1.5 ลิตรใส่เข้าไปในลำไส้ใหญ่ผ่านทางสายยางที่ต่อมาจากหม้อแขวน กระบอก หรือถุงแขวน ปล่อยให้ของเหลวไหลเข้าไปช้าๆ พร้อมปรับท่าให้ของเหลวไหลเข้าไปในลำไส้ใหญ่ให้ลึกที่สุด ทิ้งค้างไว้ระยะเวลาหนึ่งแล้วถอดสายยางออกจากทวารหนัก จากนั้นให้ถ่ายอุจจาระออกให้หมด

สวนลำไส้  ล้างพิษ

 

        การสวนลำไส้ล้างพิษเป็นกระบวนการล้างพิษของการแพทย์ทางเลือกซึ่งมีมาตั้งแต่สมัยโบราณ แม้ในคัมภีร์ไบเบิลก็ระบุถึงการสวนล้างลำไส้ ฮิปโปรเครติสถือเอาการสวนล้างลำไส้เป็นการักษาโรควิธีหนึ่ง ปัจจุบันมีแพทย์ที่ใช้การสวนล้างลำไส้ในการรักษาโรคต่างๆ จำนวนมากทั่วโลกโดยเฉพาะโรงมะเร็ง

การล้างพิษโดยการสวนล้างลำไส้เป็นการใช้น้ำอย่างเดียว หรือใช้น้ำร่วมกับสารบางอย่างซึ่งมักนิยมใช้กาแฟนสวนลำไส้ใหญ่ เพื่อจะทำให้เกิดกระบวนการขับสรพิษออกจากร่างกายเพิ่มมากขึ้นจากปกติ ซึ่งมีทั้งสารพิษจากภายนอก เช่น อาหารที่ไม่ดีตางๆ ที่เรารับประทานเข้าไป หรือมลพิษที่หายใจเข้าไป และสารพิษภายในที่เกิดจากระบวนการเผาผลาญอาหาร หรือความเครียด

ของเสียดังกล่าวจะถูกตับขับออกทางท่อน้ำดีแล้วไปสู่ลำไส้ใหญ่ กรสวนล้างลำไส้จะกระตุ้นให้ตับทำงาดีขึ้น และช่วยทำให้ของเสียถูกขับออกไปอย่างรวดเร็ว ไม่ต้องค้างจนถูกดูดซึมกลับเข้าไปเป็นอันตรายต่อร่างกาย

การสวนล้างลำไส้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการกระตุ้นตับให้ขจัดสารพิษออกจากร่างกาย เช่น ผู้ป่วยตับวาย ผู้ป่วยภูมิต้านทานบกพร่อง ผู้ป่วยที่มีอวัยวะของร่างกายทานล้มเหลว ผู้ป่วยมะเร็ว ผู้ดื่มสุราหนัก ซึ่งรวมถึงผู้เป็นโรคภูมิแพ้ด้วย

ในส่วนใหญ่ของผู้ที่มีอาการท้องผูก กวนสวนล้างลำไส้ก็เพื่อทำความสะอวดลำไส้ใหญ่ แต่สำหรับผู้ที่ระประทานที่มีกากใยสม่ำเสมอ ระบบขับถ่ายปกติ และสุขภาพแข็งแรงดี ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องทำการสวนล่างลำไส้ นอกจากนี้ การสวนล้างลำไส้ไม่แนะนำให้ทำเป็นประจำ แต่ควรทำเมื่อต้องการขจัดพิษออกจากร่างกายเท่านั้น ในกรณีพิเศษเฉพาะราย เช่น คนไข้ไตวาย อาจทำได้ในแต่ละครั้ง ทุก 4 ชั่วโมง ตลอด 1 วัน

อดล้างพิษแบบ 1 วัน  ทำได้ง่าย

 

     กระบวนการล้างพิษวิธีนี้ ใช้หลักการอดเพื่อสุขภาพ และทำจิตใจให้สงบ สามารถช่วยให้ร่างกายได้พัก ลดการสร้างอนุมูลอิสระตัวใหม่ เปิดโอกาสให้เซลล์ตับเซลล์ร่างกายได้ทำหน้าที่ขจัดอนุมูลอิสระที่มีอยู่เดิมให้หมดไปด้วยสารอนุมูลอิสระต่างๆ

การสร้างพิษแบบอดเพ่อสุขภาพ 1 วัน มีขั้นตอนง่ายๆดังนี้

  1. กำหนดวันอด เพื่อความสะดวกควรกำหนดในวันหยุด เช่น วันศุกร์ หรือวันอาทิตย์ก็ได้
  2. หลักการอด
  • หลักการล้างพิษจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อมีการอด กล่าคือ ไม่กินอาหารประเภทเนื้อสัตว์ ไขมันหรือแป้งข้าว เพื่อลดละการย่อยอาหาร ร่างกายจะไดพัก และขจัดสารเสียให้หมดหรือลดลงไปจากร่างกาย
  1. วิธีอดล้างพิษ
  • เริ่มต้นด้วยอาหารมื้อเช้า ประมาณ 07.00 น. กินผลไม้ 1 จาน เป็นอาหารเบาๆ พร้อมดื่มน้ำผลไม้ 1แก้ว จากนั้นให้อดอาหารประเภทอื่นๆไปตลอดวัน ในระหว่างนั้นถ้ารู้สึกหิวให้แก้หิวด้วยผลไม้เพียงอย่างเดียว
  • กิจกรรมที่ควรทำในวันอดนั้นควรเป็นกิจกรรมเบาๆ เช่น ทำงานบ้าน เล็กๆน้อยๆ ทำงานอดิเรก เขียนหนังสือ อ่านหนังสือ ฟังเพลง หรือทำสมาธิ เราจะสัมผัสได้ว่าในวันอดจะมีเวลามากมาย สมองแจ่มใส ความคิดปลอดโปร่ง เหมาะสำหรับทำงานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ ไม่ต้องออกแรงกาย
  1. เลิกอด
  • เมื่อเลิกอดครบถึงเช้าวันรุ่งขึ้น ก็ให้กินอาหารอื่นตามปกติ
  • ข้อห้ามสำหรับการอดเพ่อสุขภาพคือเด็กวัยเจริญเติบโต สตรีมีครรภ์ ผู้ป่วยมะเร็ง ผู้ป่วยด้วยโรครุนแรง เช่น โรคหัวใจขั้นรุนแรง โรคความดันโลหิตสูงชั้นวิกฤติ เป็นต้น กรณีผู้ป่วยเบาหวาน การล้างพิษสามารถปฏิบัติได้แต่ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ด้านธรรมชาติบำบัด

วิธีทำลายพิษ

      วิธีล้างพิษ สามารถทำได้หลายรูปแบบ ได้แก่

  1. รับประทานเพื่อล้างพิษ

คือการรับประทานผักและผลไม้ ข้าวกล้อง อาหารไม่ดัดแปลง อาหารที่ปลอดสารพิษ การรับประมานอาหารแบบนี้จะทำร่างกายได้รับปริมาณของวิตามินและเส้นใยเข้าไปอย่างมหาศาล จึ้งช่วยให้ร่างกายสามารถขจัดสารพิษออกมาได้ดีขึ้น นี่เป็นวิธีที่ใช้กันอยู่แล้ว แต่ในปัจจุบัน การใช้วิธีนี้เพียงอย่างเดียวคงไมเพียงพอ ด้วยมลพิษจากสิ่งแวดล้อม เราจึงร้องการกระบวนการี่มากขึ้น และวิธที่มักใช่ร่วมกัน วิธีที่ 2

  1. อดเพื่อล้างพิษ คือการอดอาหาร เพื่อช่วยให้ร่างกายขจัดสารพิษได้มากขึ้น
  2. สวนล้างลำไส้เพื่อล้างพิษ หรือเรียกกันว่า ดีท็อกซ์ คือวิธีการหนึ่งทีช่วยให้ร่างกายขจัดสารพิษพิษได้ดียิ่งขึ้น แต่ทั้งวิธีที่ 1 2 3 นี่เป็นกระบวนการที่กระตุ้นการขับพิษที่เป็นสสารเท่านั้น ส่วนพิษที่เป็นคลื่นพลัง จำพวกคลื่นพิษทางอารมณ์ เป็นพิษที่ยังขจัดไมได้ ต้อใช้วิธีที่ 4 และ 5 เข้ามาช่วย
  3. การฝึกลมปราณ เพื่อล้างพิษ เช่น การฝึกชี่กง ไทเก๊ก โยคะ
  4. การทำสมาธิเพื่อล้างพิษ เป็นการล้างพิษทางอารมณ์
  5. กระบวนการคีเลชั่น เป็นวิธีการใหม่ซึ่งใช้กันมานานแล้วในทางยุโรป เนื่องจากสารพิษบางอย่างจำพวกโลหะหรือโลหะหนัก เช่น ปรอท ตะกั่วจะสะสมในร่างาย เมื่อต้องการขับพิษพวกนี้ออกมาต้องใช้สารอักจำพวกหนึ่งที่ไปจับโลหะได้ดี เช่น อีดีทีเอ สารที่ได้รับการค้นพบเป็นตัวแรกๆ การทำคีชั่นจะใช้วิธีฉีด วิธี กิน หรือบางครั้งใช้วิธีเหน็บ อีดีทีเอจะเข้าไปจับโลหะหนักที่อยู่ในเลือดของเรา และถูกขับออกมาพร้อมกับปัสสาวะ เป็นวิธีการที่สามารถขจัดโลหะหนักออกมได้มากขึ้น จะเห็นได้ว่าควรใช้หลายๆวิธีร่วมกัน หากต้องการที่จะล้างพิษให้ครอบคลุมทุกชนิด

การรักษาผู้ป่วยเป็นไมเหรน หรือ ไซนัส

ในการรักษาผู้ป่วยโรคเบาหวานที่เป็นแผลเรื้อรัง เมื่อผู้ป่วยมีอาการเป็นแผลตามแขนขาซึ่งเป็นแผลที่ไม่รักษาไม่หายอาจต้องตัดอวัยวะส่วนที่เป็นแผลทิ้งนายจาคอบจะให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานรับประทาน raw diet (อาหารดิบน่าจะหมายถึงผักผลไม้สด) ใช้สมุนไพร turmeric root (พืชเป็นหัวใต้ดินตระกูลขิง ข่า ขมิ้น)  และน้ำเย็นล้างแผลวันละ 2-3 ครั้ง แล้วให้ผู้ป่วยตากแดด เน้นเนื่องการตากแดด แผลนั้นก็จะค่อยๆ แห้ง และยุบจนกระทั่งแผลหาย

การรักษาผู้ป่วยเป็นไมเหรน หรือ ไซนัส การล้างจมูกด้วยน้ำอุ่นผสมเหลือจะช่วยชำระล้างของสกปรกออกจากร่างกายหรือล้างตาในน้ำสะอาดจะทำให้ระบบประสาทตาเย็นลงและช่วยขจัดไขมัน

หากคนเราดูแลเรื่องอาหารการกิน ปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตให้สอดคล้องกับธรรมชาติ ไม่รับประทานยาเพราะ ยาไม่เพียงแต่ฆ่าเชื้อโรค เท่านั้น แต่ยังทำลายภูมิต้านทานโรคในร่างกาย ยาแผนปัจจุบันแม้ว่าจะช่วยยับยั้งอาการปวดหรืออาการไข้ แต่เป็นเพียงการกดอาการ ไม่ได้เป็นการรักษาให้หายขาดการรักษาอยู่ที่ตัวของเราเองที่หันมารักษาตามแนวทางธรรมชาติบำบัด วิชาธรรมชาติบำบัดขนานแท้ไม่ใช่หมอบำบัดคน หมอเป็นเพียงผู้ให้คำแนะนำ ปรึกษา จากนั้นผู้ป่วยจะเป็นผู้บำบัดเอง วิชาธรรมชาติบำบัดเปรียบเปรยให้เห็นว่าห้องครัวก็คือโรงพยาบาล คุณแม่ก็เหมือนหมอในบ้าน จะทำให้คนในบ้านเจ็บป่วยหรือสุขภาพดี ก็ขึ้นอยู่กับคุณหมอคนนี้คำขวัญของศูนย์ธรรมชาติบำบัดนวชีวัน คือ “เข้ามาคุณเป็นคนไข้ กลับออกไปคุณเป็นหมอ

การล้างพิษเป็นหลักการหนึ่งของการแพทย์แผนธรรมชาติ ซึงมีความเป็นมาจากประเพณีและการแพทย์พื้นถิ่นของหลายชนชาติ เป็นกระบวกการที่เอ ให้ร่างกานสามารถจำกัดพิษ สารเสียก่อโรค ที่ปั่นทอนสุขภาพทั้งกายและใจ ให้ลดหรือหมอไปจากร่างกาน

ปัจจุบันพบว่าการล้างพิษเป็นหลักปฎิบัติอย่างหนึ่งในศูนย์สุขภาพแนวธรรมชาติที่นำสมัยทั่วโลก ขณะเดียวกันก็เริ่มมีคำนินามใหม่ๆ ของคำว่า “พิษ” จากกระบวนการศึกษาเปรียบเทียบทางชีวเคมีกลุ่มหนึ่งที่เรียกว่า “อนุมูลอิสระ” ที่พร้อมเข้าสู่ร่างกายคนเราจากสิ่งต่างๆที่ล้วนรายรอบตัว เช่น อาหารปิ้ง ย่าง สารกันบูด ยารักษาโรค ยาฆ่าหญ้า ยาฆ่าแมลง โลหะหนักและควันพิษ กรดไขมันไม่อิ่มตัวเมื่อถูกความร้อนจัดๆจากการทอดอาหารในน้ำมันซ้ำๆ เม่า ควันไฟและ ควันบุหรี่ รังสีเอ็กซ์รักสีแกมมา คลื่นรังสีจากคอมพิวเตอร์ หรือคลื่นแม่เหล็กต่างๆ

หยุดป่วย ด้วยแพทย์ทางเลือก

 

วิธี บำบัดรักษาโรคโดยไม่ใช้ยา แต่หายได้ด้วยศาสตร์สุขภาพทางเลือก

 

ธรรมชาติบำบัด คือ การดูแลรักษา กายใจ โดยกระบวนการธรรมชาติ ตั้งอยู่บนแนวคิดที่ว่า ถ้าร่างกายอยู่ในสภาพสมดุลปกติ ร่างกายและจิตใจของคนเราจะสามารถเยียวยารักษาโรคทุกชนิดได้ด้วยตัวเอง โรคร้ายต่างๆ ที่เกิดขึ้นจำนวนมาก เช่น มะเร็ง เบาหวาน ความดันโลหิตสูง เส้นเลือดหัวใจตีบตัน ภูมิแพ้ หอบหืด ฯลฯ ล้วนเกิดจากการดำเนินชีวิตที่ผิดธรรมชาติ โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในเมืองใหญ่ ผู้รับทานอาหารที่มีสารเคมีปนเปื้อน เช่น เนื้อสัตว์ที่เลี้ยงด้วยฮอร์โมนเร่งการเจริญเติบโต ยาปฏิชีวนะ อย่างการรับทานยา หรือ ฉีดยาที่ทำจากสารเคมี สารเหล่านี้จะตกค้างอยู่ในร่างกายมาก หรือ การใช้ชีวิตที่เคียดเกินไป หักโหมเกินไป กังวลเกินไป ออกกำลังกายไม่เพียงพอ พักผ่อนไม่เพียงพอ

กระบวนการขับสารพิษออกจากร่างกาย มี 4 ทาง คือ ทางจมูก ทางเหงื่อ ทางปัสสาวะ และทางอุจจาระ คนเราจึงควรหมั่นหายใจลึกๆ จะได้อากาศ บริษสุทธิ์เข้าไปในปอด เพื่อนำออกซิเจนเข้าไปหล่อเลี้ยงร่างกาย และ ควรตากแสงแดดอ่อนๆ ทั้งในตอนเช้าและตอนเย็น เพื่อดูดสารพิษออกจากร่างกาย เป็นวิธีดูแลรักษาสุขภาพอย่างง่ายๆ ที่คนทั่วไปสามารถปฏิบัติได้ ในเวลาที่คนมีอาการเจ็บป่วยร่างกายจะเสียสมดุล ถ้าจะแก้ไขให้สมดุลก็ต้องปรับสภาพทั้งร่างกายและจิตใจ

ศาสตร์ธรรมชาติบำบัดเชื่อว่าร่างกายมีกลไกกำจัดสารพิษและทำความสะอาดตัวเองตามธรรมชาติ เช่น เวลามีสารพิษเข้าไปในปอด ร่างกายจะไอหรือจาม การไอหรือจามแรงๆ เป็นการขับพิษออกจากร่างกาย การรับทานยาแก้ไอจึงทำให้ร่างกายไม่สามารถขับสารพิษออกมาได้ หรือ เวลาที่เราท้องเสียก็ถือเป็นการทำความสะอาดของร่างกาย การรับประทานยาแก้ไอจึงทำให้ร่างกายไม่สามารถขับสารพิษออกมาได้ หรือ เวลาที่เราท้องเสียก็ถือเป็นการทำความสะอาดของร่างกายครั้งใหญ่ การถ่ายให้หมดจะช่วยขจัดสารพิษออกจากร่างกาย แต่หากรับประทานยาแก้ท้องเสีย อาการท้องเสียหยุดทันที ทำให้ร่างกายกักสารพิษเอาไว้และดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย หากซึมผ่านเส้นเลือดไปที่ผิวหนัง ก็จะเป็นผื่นหากซึมไปที่ไตก็จะเป็นโรคไต หรือหากซึมไปที่ระบบหายใจก็จะเป็นหืดหอบ

การดูแลสุขภาพตามแนวทางธรรมชาติบำบัดจะเน้นเรื่องอาหารเพราะการรับทานอาหารที่ดีสามารถทำให้สุขภาพดีได้ ศาสตร์ธรรมชาติบำบัดแนะนำให้รับประทานอาหารมังสวิรัติ และหลีกเลี่ยงการรับทานยาต่างๆ เพราะจะให้ผลดีในระยะสั้น แต่จะเกิดผลเสียในระยะยาว นอกจากนี้ยังนิยมใช้วิธีอดอาหารเพื่อล้างพิษอีกด้วย

วิธีการอดอาหารเพื่อล้างพิษ บางคนอาจอดอาหาร 7 วัน บางคนอดอาหาร 14 วัน แต่บางคนอาจต้องอดอาหารถึง 21 วัน แล้วแต่อาการของโรคยกตัวอย่าง ผู้ป่วยที่เป็นโรคมะเร็งอาจให้อดอาหาร 20 วัน เพื่อไม่ให้มะเร็งเจริญเติบโต ระหว่างนั้นจะให้น้ำผลไม้อ่อนๆ ให้เอาผ้าเปียกมาประคบบริเวณ